คุยกับ CASTING ทีมไทย ผู้มีผลงานในหนัง EXTRACTION : INTERVIEW THAI CASTING TEAM

(English translation below)

สวัสดีค่ะ ทั้งสองกรุณาแนะนำตัว

ปุ้ม:      สุภัทรา  ปัญญาดี -ปุ้ม , โบว์:     ศรวณี  ยอดนุ่น -โบว์ 

ตำแหน่งในกองฯของพี่คืออะไรคะ?

 ปุ้ม – ตำแหน่งที่อยู่ใน  Crew list คือ Casting Director  แต่ใน End Credit เค้าใส่ให้  Local casting

แผนกพี่มีกี่คน?  

ปุ้ม : เริ่มด้วย 5 คน แต่ตอนมี Extras เยอะได้เพิ่ม Man day มาอีก 3 คนช่วงที่ถ่ายซีนสะพาน เป็น 8 คนจ้ะ

พี่เริ่มต้นเข้ามาทำอาชีพนี้ได้อย่างไร?

ปุ้ม:  เริ่มต้นอาชีพทำหนังเมื่อปี 2005 แต่ได้ทำ Casting เมื่อปี 2008 หนังเรื่อง Street Fighter : The Legend of Chun-Li ตำแหน่ง PA Casting ได้รับโอกาสจากพี่หนอน (ระวีพร ยุงไมเยอร์) ให้ลองทำในแผนก Casting ครั้งแรกแล้วก็ยาวมาทำแต่Casting เรื่อยมาถึงปัจจุบัน

โบว์ : เริ่มแรกเลยโบว์เติบโตมาจากสายละครเวที  เป็นนักแสดง Stage play  จากนั้นก็มีรุ่นพี่ที่ทำหนังไทยมาชวน โบว์เลยได้ทำหนังไทย และ โฆษณาไทยก่อน หนังไทยเรื่องที่โบว์ทำก็เช่น “โหมโรง” จนกระทั่งได้เข้ามาทำหนังนอกครั้งแรก ในเรื่อง “The lady”

ต้องหานักแสดงในส่วนไหนบ้าง? การทำงานมีจุดเริ่มต้น และ ขั้นตอนอย่างไร? งานในส่วนของ local casting พี่ๆต้องทำอะไรบ้างคะ?

ปุ้ม :  ก็ทำในส่วนที่จะถ่ายทำในไทยทั้งหมด คือ

ได้รับบรีฟมาจากผู้ช่วยผู้กำกับและ Casting Director : US  เรื่องนี้มีทีมแคสติ้ง3 ประเทศ หลักๆเลย แคสติ้งที่อเมริกา เขาทำตัวแสดงหลักๆ เช่น พระเอก, นางเอง และ ตัว main cast ที่มีบทสำคัญๆ  คนสำคัญอีกคนคือ Casting ที่อินเดีย เพราะหนังเรื่องนี้มันอิงตัวละครอินเดียเป็นหลัก  ทางอินเดียจะทำ cast ตัวนักแสดงที่เป็นคนอินเดียตัวใหญ่ๆ

โบว์: สามนักแสดงจากอินเดียที่โบว์ชอบมากในเรื่องนี้คือ ซาจู,  มหาจันซีเนียร์ (พ่อโอวี่ที่อยู่ในคุก) และ นายพลผมขาว  ทั้งหมดเป็นนักแสดงอินเดียที่มีความอินเตอร์ คือ ไม่ได้เล่นใหญ่แบบอินเดีย การแสดงของพวกเขาพอดิบพอดี

ปุ้ม: Casting Director ที่อเมริกา เขาจะบรีฟให้ ก็จะมาเป็น Cast list มาให้ว่าบทไหนบ้างให้เราหา แต่ในขณะเดียวกันเค้าก็ทำออดิชั่นบทเดียวกันในอินเดีย อเมริกา และอังกฤษด้วย เมื่อเราได้รับบรีฟมาก็คิดว่าบทนั้นๆ  เราก็มาทำการบ้านว่า นักแสดงที่มีในไทยใครเล่นได้บ้าง จากนั้นก็ติดต่อโมเดลลิ่งหรือติดต่อตรงกับนักแสดง นัดวันมาออดิชั่น และก็ส่งเทปออดิชั่นไปให้ Casting Director : US ดูแล้วเค้าจะเป็นคนขายงานให้ ผกก แทนเรา

จริงๆเรามีออดิชั่นสำหรับตัวแสดงหลักด้วยนะ  ทำออดิชั่นอยู่ 3 สัปดาห์ แต่เราแพ้อินเดีย เพราะตัวหลักๆเป็นบทคนอินเดีย  พอมาเป็นบทฝรั่ง เราก็แพ้ที่อังกฤษและอเมริกา  อีกอย่าง ตัวผู้กำกับเองเขากำกับเรื่องแรก เขาจึงเลือกใช้นักแสดงอาชีพทั้งหมด เพื่อที่จะได้ไม่ต้องห่วงเรื่องการแสดงมาก และโฟกัสที่ฉากบู๊ได้เต็มที่

มาถึงจุดนี้ ขอถามแทรกเกี่ยวกับนักแสดงไทยนิดหน่อย? ในงานอินเตอร์แบบนี้ มีอุปสรรคในการหานักแสดงไทยมาแคสบทหลักอย่างไรบ้าง?

โบว์:  มีมาก  นักแสดงไทยส่วนมากมีอุปสรรคทางภาษา  จริตการแสดงแบบที่ฝรั่งเขาชอบ จะเป็นคนละแบบกันกับจริตการแสดงแบบที่คนไทยนิยม  หรือแม้แต่สำเนียงการพูดภาษาอังกฤษ  ผู้กำกับบางคนดูละเอียดไปถึงปูมหลังตัวละคร ฉะนั้น สำเนียงภาษาที่นักแสดงพูดมันจะต้องใช่ สำหรับบทนั้นจริงๆ  เราเคยมีนักแสดงไทยเล่นบทสำคัญ ในหนัง Machanic Surrection (2006) นักแสดงของเราพูดอังกฤษได้ แต่สำเนียงยังไม่ใช่แบบที่ผู้กำกับต้องการ  เราก็ต้องหา Dialect Coach ให้เขา โค้ชสำเนียงพูดให้เป๊ะ (แม้จะมีบทพูดไม่กี่ประโยคก็ตาม)

ปุ้ม: อีกเรื่องคือ นักแสดงที่มีชื่อเสียงชาวไทยหลายคนไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องมาออดิชั่นอีก เพราะเขามีชื่อเสียงอยู่แล้ว  บางคนไม่ต้องการปรับการแสดง เพราะชินกับการแอ๊คติ้งแบบไทยที่คุ้ยเคยและถนัด   แต่ก็มีนักแสดงที่เข้าใจ เปิดใจ พวกเขาเห็นความสำคัญของโอกาสในงานแสดงระดับอินเตอร์จริงๆ  พวกเขาก็จะยินดีมาออดิชั่น  ดังนั้นเราก็จะเห็นว่านักแสดงไทยที่ได้รับงานอินเตอร์ส่วนใหญ่ๆ ก็จะเป็นคนกลุ่มเดิมๆ ที่เปิดใจ และ เข้าใจงานตรงนี้

กลับมาที่ Extraction

ปุ้ม:  พอจบเรื่องตัวหลัก เราก็เริ่มหา Double ในบทต่างๆ , Stand-in  ตามด้วย Featured Extras

ทำหนังเรื่องนี้ต้องหา extras จำนวนมาก คือหา extras แขกให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะ ผกก และ ทีมผู้ช่วยฝรั่งไม่มั่นใจว่าเราจะหาแขกได้มากขนาดที่เค้าต้องการได้ใหม  จำนวนที่ถูกรีเควสมาคือ เราควรจะมีสัก 1,000++ คนอยู่ในมือ เค้าถึงจะสบายใจ ซึ่งเราก็ทำได้ในที่สุด โดยหาจากหลายที่มาก ทั้ง กรุงเทพ สมุทรปราการ นครปฐม ราชบุรี และกาญจนบุรี  ซึ่งตรงนี้ช่วยทางกองฯประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้มาก เขาไม่ต้องขนคนมาจากอินเดีย,  ประหยัดทั้งค่าเดินทาง ค่าที่พัก และ ค่าเบี้ยเลี้ยง

ในหนัง Extraction มี Extra หน้าแขกเยอะมาก พี่ไปหามาจากไหน ?

ปุ้ม : หาจากกรุงเทพฯ สมุทรปราการ นครปฐม ราชบุรี และ กาญจนบุรี โดยมี โมเดลลิ่ง ที่เค้าเป็นตัวกลางในการหาคนอีกที

โบว์ :  นอกจากโมเดลลิ่ง เราก็ไปตามชุมชนต่างๆ  อันเป็นที่รวมตัวของคนเหล่านี้  เราเข้าไปคุยกับผู้นำชุมชนของเขา  ไปตั้งโต๊ะรับสมัคร  ใครมีความสนใจก็แวะคุยกับเรา ก็เชิญมาฟังรายละเอียดพร้อมลงทะเบียน

มีอุปสรรคอะไรบ้าง?

ปุ้ม: เรื่อง extras หน้าแขกเยอะมากๆและ ต้องเป็นแขกที่ลุคบังคลาเทศ ถ้าใครสังเกตดีๆ จะเป็นแขกขาวไม่ได้ และส่วนใหญ่ที่ใช้คือ ผู้ชายแขก  เพราะเรามีฉากที่ใช้คนเยอะมากที่สุด คือฉากคุก ฉากนั้นใช้ทั้งหมด 550 คน ชายล้วน และ ต้องผิวสีเข้ม

โบว์ : ภาษาในการสื่อสารก็ยาก  เพราะเราหาคนจำนวนมาก  จึงหลายภาษาที่เราต้องสื่อสารกับเค้า ทั้งแขกปากี ที่พูดภาษา Urdu, แขกอินเดียที่พูด Hindi, แขกพม่าที่อยู่ติดกับประเทศบังคลาเทศ ก็จะหน้าแขก ผอมและคล้ายคนบังคลาเทศ ที่พูดภาษาพม่า, ภาษาบังกลี คนบังคลาเทศแท้ ซึ่งหาได้ไม่มาก

ปุ้ม: Extras ส่วนใหญ่เราเป็นแขกปากีสถาน ที่เป็นบุคคลที่ขึ้นทะเบียน UN คือเป็นผู้ลี้ภัยอยู่ในไทยเพื่อรอย้ายประเทศ  ดังนั่นก็จะมีปัญหาที่บางวัน จู่ๆเค้าต้องย้ายประเทศด่วน หรือ ดังนั้นบางทีคนที่เราคิดว่าเค้าจะมาเล่นหนังให้ได้เค้าหายตัวไป

อยากให้พี่เล่าประสบการณ์ที่น่าสนใจในกองถ่าย Extraction ให้ฟังโดยสังเขป

ปุ้ม: ก็เป็นประสบการณ์ที่ดีที่ได้ทำงาน กับ Netflix เรื่องแรกและได้ทำระบบ Rebate ของการที่กองถ่ายฯจ่ายภาษีไปก็จะมีการทำเอกสารทางบัญชีที่ซับซ้อนมากขึ้น แต่ก็เป็นประสบการณ์ใหม่ที่ดี แต่เราก็จะมีงานเอกสารเพิ่มขึ้น   ทำงานกับ Netflix เราต้องอัพโหลดเอกสารของนักแสดง  คือ Extra Released form ไปบน Prodicle ออนไลน์ของ Netflix ที่คนทำหนังของ Netflix อัพข้อมูลขึ้นไปของหนังแต่ละเรื่อง

ซึ่งก็เป็นส่ิงดีคือมีข้อมูลทุกอย่างในนั้น แต่เราจะได้รับอนุญาติให้เข้าได้ในส่วนที่เรารับผิดชอบเท่านั้น นอกจากว่าเราจำเป็นต้องใช้ในส่วนอื่นก็ต้องอีเมล์ไปขออนุญาต เช่น แผนก Casting ต้องอัพ คลิปว่ายน้ำของ Extras ในสระว่ายน้ำว่าคนที่เราจะนำมาแสดงว่ายน้ำได้จริง ลงไปในส่วนของ Security ว่านักแสดงว่ายน้ำได้จริงจะไม่มีอันตรายเกิดขึ้นระหว่างการถ่ายทำ ก็ต้องขออนุญาตในส่วนนั่นเพื่ออัพโหลดคลิปไปให้เค้าดู เป็นต้น

โบว์ : Extras เรื่องนี้ทำ fitting (ลองชุด, ลองแต่งหน้าทำผม) ทั้งหมด ช่วงแรกมีการถกเถียงกันมาก ว่า การต้องเรียก extras มาฟิตติ้ง เราต้องจ่ายเงินเพิ่ม และ จะเป็นปัญหาเรื่องงบประมาณ  ในปกติเรามีการ fitting  ให้ extras อยู่แล้ว แต่จะทำเฉพาะบทสำคัญๆที่ต้องมีการตัดชุด หรือ จัดเครื่องแต่งกายแบบพิเศษ เช่น นักเต้น, บทเฉพาะทางต่างๆ   ในเรื่องนี้คือทำทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้านร้านตลาด, คนทำงานในโรงงาน, คนเดินถนนทั่วไป  แต่ทางแผนกผู้ช่วยผู้กำกับเขามีเหตุผลที่ดี  เขาต้องการทำแบบนี้เพื่อจะรู้เวลาล่วงหน้าทั้งหมด และเขาสามารถนำไปคำนวณแผนการทำงาน และ นัดหมายในวันถ่ายจริงได้  ซึ่งผลลัพธ์ออกมา เราทำงานกันได้รวดเร็ว และ มีประสิทธิภาพมากๆในวันถ่ายจริง

ปุ้ม: Extras เรื่องนี้ ผู้กำกับเลือกรูปทั้งหมด  ทั้ง 1,000 คน คือ ไม่ใช่ว่าเลือกละเอียด แต่เขาจะดูรวมๆเป็นกรุ๊ป  ดูกันเป็นฉากๆไป คนไหนทีไม่ใช่ก็หยิบออก  และ extras ที่ได้บททหารจะถูกส่งไปทำ Boot Camp คือ ไปฝึกซ้อมการถือปืน จับอาวุธ และเดินในแบบของทหาร  คือไม่ใช่ว่าหน้าผ่านแล้ว จะได้รับบทนะจ๊ะ  ถ้าถือปืนเดินแล้วไม่รอด คุณอาจตกรอบไปเล่นบทคนเดินผ่านแทน

อยากทราบวิธีจัดการในการทำงานของพี่, ระบบการทำงานในแผนก Casting ที่จะช่วยรับมือกับหนัง Scale ใหญ่แบบนี้ได้ดี? การจัดระเบียบและควบคุมนักแสดงร่วมมีอะไรบ้าง? ความท้าทายในงานนี้?

ปุ้ม : 1. จัดความสำคัญในการถ่ายทำ ว่าเราต้องใช้นักแสดงบทไหนก่อน, 2.เตรียมคิดว่าจะเกิดปัญหาใดบ้าง และ หาวิธีแก้ปัญหาก่อนที่ปัญหานั้นจะเกิด ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น หาถุงซิปล็อคไว้ให้ฝากโทรศัพท์ ป้องกันการแอบถ่ายรูปในเซ็ต, เตรียมอาหารฮาลาลให้นักแสดงเพราะ100% เป็นอิสลาม, หาคนที่สื่อสารในภาษาต่างๆ ในวันที่มีนักแสดงร่วมเยอะ คือเอามาเป็น extra sไปด้วยเลย เป็นต้น 3. สื่อสารกับทีมเราให้มีความเข้าใจตรงกัน และบรีฟโมเดลลิ่งให้เข้าใจตรงกันเวลาทำงานจะได้มีระเบียบแบบแผนและทำงานไปในทิศทางเดียวกัน

โบว์ :  นอกจากเราจะจัดกลุ่มตามบทที่แสดง, เรายังมีกลุ่มย่อยๆในบทเหล่านั้น จัดเป็นกรุ๊ป A,B,C  เช่น A1,A2,A3 มีกลุ่มละ 10 คน  ให้พวกเขาช่วยดูแลกันเอง และ ช่วยจำเพื่อนข้างๆ ทั้งนี้เพื่อรักษาความต่อเนื่อง (continuity) และ สามารถจัดสลับ บางกลุ่มไปพักขณะที่บางกลุ่มทำงาน หรือ ให้บางกลุ่มสลับไปทำละหมาดได้ เป็นต้น 

ปุ้ม: อีกเรื่องคือเรื่องเวลา  เพราะเราต้องนัด extras มาแต่งตัวก่อนทีมงาน บางครั้งมี 2-3 ชั่วโมง  ดังนั้นพวกเขาจะหมดคิวเร็วกว่ากองหลัก  ของเราคือให้เขาทำงาน 12 ชั่วโมง + พักกินข้าว 1 ชั่วโมง  ถ้าเกินจากนั้นแล้วกองยังไม่เลิก เราก็มีหน้าที่ต้อง warning ให้ ผู้ช่วยฯ และ โปรดิวเซอร์รู้ตัว

ชีวิตประจำวันในกองถ่ายของพี่ๆเป็นอย่างไร? ช่วยเล่าพอสังเขป

ปุ้ม: เช้ามาก็มารอรับนักแสดงตามเวลาที่นัดหมายใน Call sheet และให้นักแสดงทานข้าวหรือบางคนก็สลับมาเซ็นเอกสาร Extras released form และจัดนักแสดงตามบทต่างๆ ไปแต่งตัวตามที่ แผนกผู้ช่วยแจ้งมาว่าจะให้ใครเข้าเซ็ตก่อน แต่งตัวเสร็จก็ไปแต่งหน้า ทำผม นับจำนวนคน เตรียมตัวให้พร้อมก่อนเข้าเซ็ต พอได้เวลาก็ส่งมอบนักแสดงให้แผนก AD ไปดูแลต่อหน้าเซ็ต  หรือถ้าวันไหน extras เยอะมากๆ เราจะมีคนของเราไปเป็น ว้ากเกอร์ เช่น พี่แดง (หัวเราะ)  จริงๆคือไปช่วยดูแล ช่วยจัดระเบียบ อาจมีบางคนเป็นลม หรือ หายไปแอบบนรถห้องน้ำ (เพราะแอร์เย็นมาก) เป็นต้น

ระหว่างวันเราก็ทำงานเอกสาร Extras released form ให้เรียบร้อย พอนักแสดงพักกลางวันก็ดูความเรียบร้อยให้ทุกคนได้พักได้ทานข้าว เข้าห้องน้ำและเตรียมตัวกลับไปทำงานหลังพักทานข้าว บ่ายๆ ก็ไปคุยกับ AD ว่าวันต่อไปจะเรียกนักแสดงใดบ้าง กี่โมง ถ้าได้เวลามาจาก AD ก็ทำงานนัดหมายนักแสดงในวันต่อไป

นัดรถตู้ รถบัส และสุดท้ายพอถ่ายเสร็จก็พานักแสดงเปลี่ยนเสื้อผ้า จ่ายเงินค่าตัว ส่งขึ้นรถกลับบ้าน จบหนึ่งวัน

ในงานระดับสตูดิโอใหญ่ๆแบบนี้ แผนก casting ได้คุยกับผู้กำกับมากไหมคะ?

ปุ้ม:  เรื่องนี้เราได้คุยกับ ผกก ตรงๆน้อยมาก มีโอกาสได้ขายงาน ผกก หลังประชุมแค่สองครั้ง ที่เหลือ Casting US ขายงาน กับ ผู้ช่วย ผกก จะเอาข้อมูลจากเราไปขายงานให้อีกทีโดยมีเรายืนอยู่ด้วย

มีอะไรอยากฝากถึงน้องๆที่สนใจอยากทำอาชีพนี้บ้างคะ?

ปุ้ม: ถ้าใครอยากทำงาน Casting ต้องอดทนเพราะทำงานกับคนจำนวนมาก, ใจเย็น, มีเหตุผล, มีการสังเกตที่ดี เพราะเราไม่รู้ว่าเราจะได้หาใครสำหรับหนังเรื่องนั่นๆ,​ ค้นคว้าข้อมูลหาคนที่ตามบรีฟ หรือ ตามบทนั้นให้ดีที่สุด, การเอาใจเขามาใส่ใจเรา สำหรับแผนก Casting สำคัญมากเพราะเราทำงานกับคนหมู่มาก

เราต้องคิดถึงใจนักแสดงและคิดถึงทีมงานอื่นที่ทำงานร่วมกันเพื่อเอื้ออำนวยให้ทำงานสะดวกขึ้น ง่ายขึ้น เช่น

 หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ใช้นักแสดงแขก เรื่องเสื้อผ้าสำหรับนักแสดงผู้หญิงมีความสำคัญด้วยหลักของศาสนาหรืออะไรที่เรา ทีมงานเราและนักแสดงทำงานเราทำงานด้วยกันง่ายขึ้น

โบว์ : พี่ๆ ยังต้องการคนมาร่วมงานเพิ่มนะคะ หลังจบ COVID-19 แล้ว หากใครสนใจก็ลองมาสมัครได้ เพราะเอาจริงๆคนอยากทำงานนี้ยังค่อนข้างน้อย

สัมภาษณ์โดย: ษมาวีร์ พุ่มม่วง

——- English Translation below —–

Hello, Please introduce your self.

Supattra Punyadee – Pum

Sarawanee Yodnoon – Beau

What did you do in the movie “ Extraction” ?

Pum – My position according to crew list is “ Casting Director”  but in the movie’S end credit was “Lacal Casting : Thailand”.

How many crew in your department?

Pum : Started with 5 crew  then when there’s a lot of extras on set, I got additional 3 crew, total 8 people

How did you guys get in to this career?

Pum: I ‘ve been in this career since 2005 but  started  with casting department since 2008I worked as a Casting PA.in the movie called  “Street fighter”. That time I’ve got chance from P’Non (Raweeporn Jungmiere) to be a trainee in her department then I became casting until now.

Beau:  I originally grew up with stage play actors group. Then a senior colleague who works in Thai film industry called me to join her work.  I have experiences both in Thai films and Thai TVC, Thai film I worked on were “The Overture 2004. ( Hom Ring)  and my first International film job was “The Lady” of Luc Besson  (2011) 

Please tell us about your job as  “ Local Casting Team ”  in service production?

Which part of cast do you need to find? How ypu starts your job? What is the process?

Pum:  My job is to taking care of all casting works that took part in Thailand. I received all briefs from the American casting director. There’s casting persons from 3 cointries working on this show. American casting director in charges of  all main characters such as lead actor, lead actress and all main casts who has important role I the film.  Indian Casting ‘s also has big part of job in this film, they did all Indian main casts.

Beau: 3 Indian main casts in this film who I really like. One is Saju (Randeep Huda), Second is Mahajan Senior ( Ovis’ father) and the third one was Silver hair colonel. Their acting  are not too big like those  general Indian actors. For me, their performance in the film were just right.

Pum: American Casting Director sent us the “ CAST LIST” , it is the brief explains all roles and characters we need to work on and need to find in Thailand . Meanwhile, they are doing their own audition work from the same brief in America, India and England too. When I got that brief, I did my homework. Think about all Thai actors  then called them to audition.   Then sent  audition tape to the US casting.  They will presents the Director for me.

Actually we also did some audition for the main characters in Thailand. We did 3 weeks audition but  still cannot beat the Indians. Because mostly of the main characters in this film are Indian. When It comes to Western roles,  British  and American casting could find better cast than in our country. Another reason, Sam Hargrave  is a new director. Extraction is his first film as the director. So, he was carefully pick all professional casts to be in this show then he doesn’t have to be worried about their acting that much  and also he can focus more on  the action craft works.

At this point, may I ask about Thai actors?

What is the difficulties for you to find or  audition Thai actors for International job like this?

Beau : A lot, the main obstacle of Thai cast is the language problem. Also the  kind of  performance that got qualified in International films is different from what Thai actors get used to when they work in their local films. Even the language accents when they speak English, some directors go deep down into the background of that character. Directors sometimes  need their actor to pronounces accurate accent as it supposed to belong to that character in each film.  We used to cast one actress to be a main cast in the movie called “Machanic Surrection (2006)  Our actress actually speaks fluently English, but her accents was not exactly what the director wants. So, we need to find her a dialect coach just to train her on that particular accent.

Pum : Another problem is That actors are not really understand why they still need to come to audition? Because they are already famous.  Some doesn’t want to adjust their own acting. They get used to with what they always do while working on local productions. However, there also a lot of actors who has their mind opened. They can see the importance and chances in International jobs. The are always willing to come to audition. That’s why we’ll see the same group of actors who always got the good roles in these international films. They are understanding and also  mind-opened.

Let’s get back to Extraction.

Pum: Once we’re done with the main characters, we moved on to find cast Doublle in all needed roles,  find all Stand-in then Features Extras.  Working in one film we need to find a lot of Extras. In  Extraction we need to find Indian extras as much as we can.  First, the director and the American assistant director did not confident  about the amount of Indian extras we can provide them. They need approximately 1,000++ extras in hands. And we also could find that amount for them in the end. We collects Indians from many places in Thailand such as Bangkok, Samutprakarn, Nakhon Pathom, Ratchaburi and Kanchanaburi. And that helped production a lot regards on saving budgets. They did not fly all extras from India, saving many expenses on traveling, accomodation and per-diems.

There’s a lot of Indian extras in Extraction, Wher did you get those people?

Pum : From Bangkok, Samut Prakarn, Ratchaburi and Kanchanaburi. I have modeling to help collecting them.

Beau : Aside from dealing with the modelings, we went to many Indian communities and villages. We went to talk with their community leaders, set up registering table for those who interested to join in the movie. They could come to chat with us after their religious activities.

Please tell us about the difficulty  in your part of this movie.

Pum: In this film we need to find all Indian-look extras. And in the jail scene we need to find the correctly  look as they could not be the white Indian.  Imaginne  finding 550 Indian males who need to be in correctly Indian look and need to have dark skin tone only!

Beau : Languages are another obstacles. Because we worked with thousand of extras, we have to communicate with them in many different languages.  We have Pakistani-Indians who speak Urdu, Indian-Indians who speak Hindi. Those Burmese Indians who live near Bangladesh speak Bangeli language, they are original Bangladesh and we could not find many.

Pum : Mostly of our extras are Pakistani. They are immigrants who has registered with UN. These people lives in Thailand and waiting to be immegrated back to their countries. Sometimes they just disappear because they needed to be immediately travel.

Please share some interesting experience of you while working in Extractiom movie.

Pum : It was the great experiences to worked with Netflix.  This film is the first Netflix film that get rebate from Thai government.  We need to deal with complex  accountant systems. We had more paper works to do than usual. But it’s all good and all useful experiences.  Working on Netflix’s project we need to upload all actors release forms  and all important document into online Prodicle of Netflix. So, Netflix’s head quarter  will  acknowledge our daily progresses.

It is actually good thing that we will have all information backed up in their system. And we will allowed to access only in  the part we do responsible. If we do really need to access some other things sometimes, we could ask for their permission. One good  example, I need to up load all extra’s swimming clips into the Prodicle system. Just to show that all extras I have  are really  able to swim. So I just have to get permission to access into the security part. This is because they need to make sure there will not be any accident happens during the shooting day.

Beau: We did the fitting on all extras in this movie. At first, they are discussed about this. Because we need extra-payment for the extras on the fitting day. Usually,  we will have fitting for extra only on features or only special roles.  But in this film we did fitting all roles, even the market extras, the factory workers or the passing by extras. The Assistant directors in this film had reasonable reasons. They need to know all dressing timing. Then they could calculate the accurate working plan for all departments on the shooting day. The result was amazing. We had really great and effective workflow on the shooting days.

Pum : In this film, the Director choosed all 1,000 extras by looking at their photos. I meant he looks through all photos of everybody as groups. He took out those inaccurate faces he doesn’t like. 

Beau: Our soldier extras need to pass “Boot Camp” training. They need to be trained on soldier movement, walking, running and holding weapons.  It’s not just your look that certified. You need also to have right skills and right acting to be a soldier extras.  If not you will need to be passing by extras or market people extras.

Please tell us  about your working system? Working the a large scale like this, how systematic do you have to be in your department?

Pum :  1. Priorotize by the shooting orders, what do we need to do first? 2. Forecasting the problems, solved the problems before they happen.  For example, we prevent our extras to taking photo on set by providing them a plastic zip-lock bags that they can storage their phone and personal stuffs and keep the bag safely  with our staffs.  We provide them Halal meals as we knew 100% of them are Muslim. Or we prepares our translators and make them blend-in as our extras too. 3. Communicate well among our casting team.

Beau: We also make them group according to the roles they’ve got. And we manage to do few small groups inside those big group we made.  For example we did group name A,B,C then we made A1,A2,A3 (each small group has 10 people)  So, they can remember and take care of each other in their group.  This system will help a lot with continuity. Also we could switch them to eat, having some small breaks or even when it comes  to time they need to pray.

Pum : Working time is also important. Someday we call extras on set 2-3 hours before the crew.  That’s mean these extra’s working time will be run out before the crew’s wrap time.  Our extras work 12 hours plus 1 hour lunch break.  If the situation is looking like its going to be on overtime, casting will need to warn the Assistant Director and Producer first.

Tell us about your daily life on set?

Pum: Collecting casts and extras in the morning, according to the call time in call sheet we gave them.  Get them to have breakfast, Sign release form, generate them according to their roles,  get them dress and make up, send them to the assistant director. The assistant directors will in charge of them on set. Or if someday we have large amount of extra, we will have our staffs to help  take care of them on set.  This staff will help look after them, keep an eye on them, etc.

During the day  we are working on paper and document, finish all extra release form.

When our extra break for unch, we were taking cae of them.

Make sure everyone got food, have time for toilets, get them ready to be back on set.

In the afternoon, I have meeting with Assistant directors, prepare for the next shooting day already.

Arrange the transport and send them back homw at the end of the day.

Working in this kind of big studio project, how often do you discussed with the director?

Pum : This project we had less chances to talk to the director directly,  I had only 2 chances to present to him directly. The rests are communicate through US casting or US assistant directors. They will discuss with him for us.

Anything to tell the film students who interested to work in this area?

Pum : Being casting, you will need to be patient because you have to work with a lot of people. You need to be calm and cool, reasonable, good observant, you need to do a lot of researching, follow the brief as much as you can.Understanding and caring are really important for being casting, we have to think and make things easy and properly for our colleagues,we serve both our casts and our crew.  For example we had Muslim ladies working with us in this film, we will need to arrange them the properly costume and changing area, etc.

Beau : We are actually need more staffs to work with us I  the future. If you interested you can contact us to apply.  There still less people who would like to do this job.

5 Replies to “คุยกับ CASTING ทีมไทย ผู้มีผลงานในหนัง EXTRACTION : INTERVIEW THAI CASTING TEAM”

  1. Firstly, I am not sure if my translation is 💯 % correct but my personal opinion is that the casting director is indeed a professional with vast experience and I would like to work with him/her and if African race is accepted other than Asian which has been mentioned above, more important am a novice but look forward to bring my acting face on. Regards.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *