Hang Over2 กับ โรงแรม Le Bua: #CaseStudy

บางส่วนจากบทสัมภาษณ์ คุณ นราวดี บัวเลิศ : ผู้บริหารโรงแรม เลอบัว เล่าถึงเงื่อนไขในการอนุญาตให้ภาพยนตร์ “Hang Over II” เข้าถ่ายทำบนดาดฟ้า Sirocco ของ โรงแรม จนหลังหนังออกฉาย ได้กลายเป็น Travel Destination ของผู้คนทั่วโลก

1. ทางโรงแรมไม่ได้คิดค่าใช้จ่าย เป็นค่าธรรมเนียมโลเคชั่นในการถ่ายทำแบบเต็ม หากแต่เป็นการทำข้อตกลงกันแบบต่อรองแลกเปลี่ยนผลประโยชน์
.
2. คุณ นราวดี เล่าว่า ทางผู้บริหารสตูดิโอของ Warner’s Brother ตั้งใจอยากให้มาถ่ายทำที่นี่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพราะ Sirocco เริ่มมีชื่อเสียง โรงแรมฯ จึงขอมีส่วนร่วมในการปรับบทภาพยนตร์ให้มีการใส่ชื่อโรงแรม “Le Bua” ลงไปในหนัง แทนการเรียกเก็บค่าเช่าโลเคชั่น 100%แบบปกติ
.
3. กองถ่ายได้รับอนุญาตให้เข้าถ่ายทำในบริเวณโรงแรมได้ ในช่วงเวลากลางวันเท่านั้น ในเงื่อนไขนี้ ทีมงาน ไทยและ ต่างชาติ รวม 550 คนได้เข้าเตรียมงาน และถ่ายทำที่โรงแรมเลอ บัว เป็นเวลา 7 วัน (อาจมีการชาร์จเป็นค่าบริการจุกจิกอื่นๆ ระหว่าง 7 วันนี้บ้างหรือไม่ อันนี้ในคลิปไม่ได้บอกไว้ค่ะ🤓)

***หมายเหตุ: มีการจำกัดจำนวนคนทำงานหน้า set ตามความเหมาะสม ไม่ใช่ขึ้นไปทั้งหมด 550 คน นะคะ กล่าวคือ เมื่อขนของและปฏิบัติหน้าที่ที่จำเป็นเรียบร้อยแล้ว ทีมงานต้องแอบลงข้างล่าง (Base Camp) ที่เป็นลานจอดรถของเอกชนในบริเวณใกล้เคียง ที่ทางกองถ่ายเช่าเพิ่มเติม เพราะมีการถ่ายฉากเฮลิค้อปเตอร์มุมกว้าง จะเห็นทีมงานในฉากไม่ได้ ที่สนุกที่สุดคือการ Line สายไฟขนาดยาวมากๆจากเครื่องปั่นไฟของกองถ่าย ไปที่ดาดฟ้า คาดว่า เรื่องนั้น ทีมไฟ เหมาสายไฟสำหรับใช้ถ่ายหนังมาจนหมดประเทศแล้ว 🤣
.
4. โรงแรมฯได้ลิขสิทธิ์ในการใช้ footage ของหนัง ส่วนที่ถ่ายทำที่โรงแรมฯ และ ดาดฟ้า Sirocco
.
5. โรงแรมฯได้สิทธิ์การตั้งชื่อห้อง suit ของโรงแรมเป็น “Hang Over Suit” ตามชื่อหนัง
.
6. โรงแรมฯ ได้สิทธิ์ การตั้งชื่อ ค้อกเทล “Hangovertini “ ตามชื่อหนัง
.
7. โรงแรมฯ สามารถใช้สิทธิ์ประโยชน์นี้ เพื่อการประชาสัมพันธ์ทางการค้าไปทั่วโลก
#คุ้ม

ดูคลิปสัมภาษณ์เต็มได้ที่รายการ Perspective

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *