มาตรการกองหนังต่างประเทศช่วงโควิด-19

บันทึกต้นปี 2564:

เพื่อนถามว่า ทำไมแกตรวจโควิดบ่อย? นี่ตรวจอะไรทำไมตั้ง 7 ครั้ง แกเป็นกลุ่มเสี่ยงเหรอ?.

คำตอบคือ เราทำงานกองถ่ายต่างประเทศค่ะ ตั้งแต่รู้ตัวว่าจะได้ทำงาน ทางบริษัทผู้ว่าจ้างก็ส่งเราตรวจโควิดจริงจังที่โรงพยาบาลก่อนเลย. ผลตรวจยืนยันออกมาว่าปลอดเชื้อ (48ชม.) เราจึงได้เซ็นต์สัญญา เริ่มเข้าทำงาน.งานนี้เราไม่ได้ออกกองนะ คือ เราทำในส่วนของการประสานงาน และทำงานเอกสารอยู่แต่ที่ workshop กระนั้นก็ดี เราถูกจัดให้อยู่โซนสีเหลือง ตามมาตรการของทางกองถ่ายผู้ว่าจ้าง ซึ่งเราต้องเข้ารับการตรวจโควิดแบบ RT PCR สัปดาห์ละครั้ง ขณะที่คนหน้า set (โซนสีแดง) จะตรวจกันทุก 3 วันเพื่อ monitoring ว่า ตลอดระยะเวลาการทำงาน ทีมงานทุกคนคือผู้ปลอดเชื้อจริงๆ โดยมีทีม H&S (Health & Safety ) จะคอยเฝ้าระวังเช็คผลตรวจของทีมงานทุกคนแบบ real time และคอยอำนวยความสะดวก ตลอดจนดูแลการถ่ายทำให้เป็นตามมาตรการของกองควบคุมโรคติดต่ออย่างเข้มข้น.

แล้วมันไม่ใช่แค่เราคนเดียว…. พนักงานทุกคน ตั้งแต่ผู้กำกับ ยันคนขับรถ, นักแสดงนำ และนักแสดงสมทบทุกหมู่เหล่า หรือแม้แต่ขาจร อย่างคนขับรถน้ำ wet down หรือ คนจาก rental house ที่แค่มาคุมอุปกรณ์รายวัน ก็ถูกจับตรวจใน 48 ชม. ก่อนย่างเท้าเข้ากองฯ กันทั้งหมดเพื่อความชัวร์ —- ทุกครั้งที่ตรวจเราจะต้องเซ็นต์รับทราบค่าใช้จ่าย ซึ่งเราก็เห็นทุกครั้งว่ามันเป็นจำนวนเงินไม่ใช่น้อย.. แต่ราคาตรงนี้ ทางผู้ผลิตออกให้เราทั้งหมด รวมถึงทำประกันโควิดให้พวกเราด้วย

เรารู้เลยว่าช่วงนี้ถ้ากองไหนจะต้องทำตรงนี้ มันจะเป็นการแบกภาระค่าใช้จ่ายมหาศาล แต่ในสถานการณ์แบบนี้ กองฯที่เขามีต้นทุนสูงที่ต้องจ่าย ในการพาทีมงานบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาถ่ายทำถึงบ้านเรา มันก็เป็นเรื่องที่ช่วยประกันความเสี่ยง ช่วยการันตีธุรกิจของเขาได้ในระดับหนึ่ง ว่างานโดยรวมจะไม่เสีย ทีมงานทุกคนก็มั่นใจ อนาคตทางเลือกในการซื้อวัคซีนมาฉีดให้ทีมงานก็อาจช่วยจะประหยัดเรื่องค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ลงไปได้อีกสักนิด.จนงานเสร็จ กองฯก็ wrap ปิดกล้องกันไปด้วยดี หวังเป็นอย่างยิ่งว่าพวกเราจะยังคงมีงานทำกันต่อเนื่องไปยาวๆ (เพราะปี 2563 นอนอยู่บ้านกันมาทั้งปีแล้วจ้า😅)

#staysafe#เพราะความจนมันน่ากลัว#คนกอง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *